ภาพพุทธประวัติ ที่จิตรงดงาม
วัดป่า บ้านปากน้ำ บุ่งสระพัง
ธรรมะออนไลน์ ฟรีหนังสือธรรมะ

หนังสือธรรมะ ดาวน์โหลด หนังสือ คติธรรม ข้อคิด ธรรมะออนไลน์ อ่าน ฟรี ๆ

ดารา ผู้ใจบุญ ร่วมทำบุญ
ดารา ร่วมทำบุญ ประเพณี แห่หลวงพ่อเงิน แต่ละปี หนุ่ม ศรราม เทพภิทักษ์ ปี 2552 นุ่น วรนุช ต๊อด ปิดิ บี มาติกา หนิง ปณิตา พร้อม คณะ ปี 2553
วิทยุ ออนไลน์ คลื่นแม่มูล

วิทยุ ออนไลน์ อุบลราชธานี  คลื่นแม่มูล ปากน้ำ FM 94.10 MHz

วิทยุ ออนไลน์ อุบลราชธานี  คลื่นแม่มูล ปากน้ำ FM 94.10 MHz

โหวต ท่องเที่ยว อุบลราชธานี
แหล่งท่องเที่ยว อุบลราชธานี แบบไหน ที่ท่านชื่นชอบ ?
 
ตอนนี้กำลัง Online กี่คน ?
เรามี 138 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

   

สักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ณ วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง (หลวงพ่อเงิน ๗๐๐ ปี) อุบลราชธานี  

แหล่งท่องเที่ยว อุบลราชธานี วัด ศาสนสถาน โบราณคดี

AddThis Social Bookmark Button

แหล่งท่องเที่ยว อุบลราชธานี ประเภท วัด สถานที่ ศาสนสถาน โบราณคดี
ทุ่งศรีเมือง
ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด เป็นสวนสาธารณะประจำเมืองที่มีสภาพภูมิทัศน์งดงาม มีประตูทางเข้า 4 ทิศ 4 ประตู คือ อุบลเดชประชารักษ์ อุบลศักดิ์ประชาบาล อุบลการประชานิตย์ และอุบลกิจประชากร ภายในสวนมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ คือ
ศาลหลักเมือง เป็นสถานที่สักการะของชาวเมืองและผู้มาเยี่ยมเยือน ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2515
อนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุริยวงศ์ (เจ้าคำผง) ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองอุบลๆ
ปฏิมากรรมสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน) พระเถระที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นนักปราชญ์แห่งภาคอีสาน
ปฏิมากรรมพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจันโท จันทร์) พระเถระที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ
อนุสาวรีย์แห่งความดี (Monument of Merit) เป็นเชลยศึกชาวต่างประเทศในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความเมตตาปราณี และคุณงามความดีของชาวเมืองอุบลาชธานี
 ปฏิมากรรมร่วมใจก้าวไปข้างหน้า สร้างขึ้นตามโครงการปฏิมากรรม กับสิ่งแวดล้อมเพื่อเยาวชน ซึ่งแสดงถึงความสมานฉันท์แห่งความเป็นพี่น้องระหว่าง 4 ประเทศ คือ ไทย ลาว
วัดทุ่งศรีเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนังเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ผู้สร้างวัดนี้คือ ท่านเจ้าอริยวงศาจารย์ญาณวิมลอุบล คณะภิบาล สังฆปาโมก (สุ้ย) เจ้าคณะเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น และโดยที่ท่านได้เคยลงไปศึกษาพระธรรมวินัย ที่วัดสระเกศราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ท่านจึงได้นำพระพุทธบาทจำลองจากวัดสระเกศๆ มายังอุบลราชธานี และได้สร้างหอพระพุทธบาทขึ้นเป็นที่ประดิษฐาน หอพระพุทธบาทหลังนี้ คือ พระอุโบสถที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรม มีลักษณะของศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น และศิลปะเวียงจันทน์ผสมกันอยู่ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังทุกด้าน เขียนขึ้นในสมัยเดียวกันกับการก่อสร้าง
ภายในวัด อาคารที่สำคัญอีกหลังหนึ่ง คือ หอพระไตรปิฎก เป็นหอไตรที่สร้างด้วยไม้ ตั้งอยู่กลางสระน้ำ เพื่อเป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก ป้องกันไม่ให้มดปลวกไปกัดทำลาย มีลักษณะเป็นศิลปะผสมระหว่างไทย พม่า และลาว กล่าวคือ ลักษณะอาคารเป็นแบบไทย เป็นเรือนฝาปะกน ขนาด 4 ห้อง ภายในห้องที่เก็บตู้พระธรรมทุกด้าน เขียนลงรักปิดทอง ส่วนของหลังคา มีลักษณะศิลปะไทยผสมพม่า คือมีช่อฟาใบระกา แต่หลังคาซ้อนกันหลายชั้น แสดงถึงอิทธิพลศิลปกรรมพม่า ที่ส่งผ่านมายังศิลปะลาวล้านช้าง ส่วนลวดลายและสลักบนหน้าบันทั้ง 2 ด้าน เป็นลักษณะศิลปะแบบลาวฝีมือชั้นสูง ตรงส่วนฝาปะกนด้านล่าง แกะเป็นรูปสัตว์ประจำราศีต่างๆ และลวดลายพันธุ์ไม้เป็นช่องๆ โดยรอบ นับเป็นหอไตรที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์
วัดสุปัฏนารามวรวิหาร
วัดสุปัฏนารามวรวิหาร เป็นวัดธรรมยุต วัดแรกของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่ที่ถนนสมเด็จ อำเภอเมือง จัดสร้างโดยพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยได้เริ่มสร้างวัดในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าๆ พระราชทานนามว่า "วัดสุปัฏนาราม อันหมายถึง วัดที่มีสถานที่ตั้งเหมาะสม เป็นท่าเรือที่ดี"   สิ่งสำคัญภายในวัด คือ พระอุโบสถ ซึ่งมีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 34 เมตร สูง 22 เมตร สถาปนิกผู้ออกแบบคือ หลวงสถิตย์นมานกาล (ชวน สุปิยพันธ์) นายช่างทางหลวงแผ่นดิน ลักษณะของพระอุโบสถ แบ่งเป็นสามส่วน คือ ส่วนหลังคาเป็นศิลปะแบบไทย ส่วนกลางเป็นศิลปะแบบตะวันตก และส่วนฐาน เป็นศิลปะแบบขอม ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระประธานของวัด คือ พระสัพพัญญูเจ้า เป็นพระพุทธรูปปางมาริวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 4 คืบ เป็นพระพุทธรูปหล่อขัดเงาไม่ปิดทอง เริ่มการหล่อเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2459
วัดศรีอุบลรัตนาราม (วัดศรีทอง) 
 ตั้งอยู่ด้านทิศใต้ของศาลากลางจังหวัด บนถนนอุปราช สร้างเมื่อ พ.ศ. 2398 เป็นปีที่ 5 แห่งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้มีพระอุโบสถที่สร้างตามแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตร กรุงเทพมหานคร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง คือ "พระแก้วบุษราคัม" เป็นพระพุทธปฏิมากรปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน แกะสลักจากแก้วบุษราคัม หน้าตักกว้าง 5 นิ้ว สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 10 นิ้ว มีความงามสง่าตามพุทธลักษณะทุกประการ  ตามตำนานเล่าสืบกันมาว่า พระวรราชภักดี (พระวอ) พร้อมด้วยบุตรหลานของพระตา คือ ท้าวคำผง ท้าวทิดพรหม และท้าวก่ำ บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ ได้อัญเชิญพระแก้วบุษราคัม มาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เดิมที พระแก้วบุษราคัมคงจะประดิษฐานอยู่ที่บ้านดอนมดแดง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่ที่วัดศรีอุบลรัตนาราม ในเวลาต่อมา
 ปัจจุบัน ในเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี ชาวอุบลราชธานีจะร่วมใจกันอัญเชิญพระแก้วบุษราคัม เข้าขบวนแห่ไปรอบเมืองอุบลราชธานี เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชน ได้นมัสการกราบไหว้ และสรงน้ำกันโดยถ้วนหน้า
วัดมหาวนาราม
 ตั้งอยู่บนถนนสรรพสิทธิ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง ชาวบ้านนิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดป่าใหญ่" เป็นวัดเก่าแก่และถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุบลราชธานี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนากัมมัฎฐาน ตั้งขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับการสร้างเมืองอุบลราชธานี ใน พ.ศ. 2322 ต่อมาในสมัยเจ้าเมืองคนที่ 2 คือ พระพรหมวรราชสุริยะวงศ์ (ท้าวทิดพรหม) ได้ยกฐานะเป็นวัด และถือเป็นวัดประจำเจ้าเมืองคนที่สองด้วย ให้ชื่อว่า วัดป่าหลวงมณีโชต แต่ชาวบ้านเรียกว่า วัดหนองตะพัง หรือหนองสระพัง ตามชื่อหนองน้ำที่อยู่ใกล้เคียง ดังปรากฏหลักฐานศิลาจารึกที่ตั้งอยู่ด้านหลังพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ระบุปีที่สร้างวัดนี้ ตรงกับ พ.ศ. 2350 โดยมีพระมหาราชครูศรีสัทธรรมวงศา เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และเป็นผู้สร้างพระพุทธรูป "พระอินแปง" หรือ พระเจ้าใหญ่อินแปลง ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น วัดมหาวัน หรือวัดป่าใหญ่ และได้เปลี่ยนชื่ออิกครั้งตามสมัยนิยม เรียกว่า วัดมหาวนาราม
 ปูชนัยวัตถุที่สำคัญของวัดนี้คือ พระเจ้าใหญ่อินแปลง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ก่ออิฐถือปูน พร้อมกับลงรักปิดทอง ลักษณะศิลปะแบบลาว ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 3 เมตร สูงจากเรือนแท่นถึงเปลวพระโมลี 5 เมตร ในวันเพ็ญเดือน 5 (ประมาณเดือนเมษายน) ของทุกปี จะมีการทำบุญตักบาตรเทศน์มหาชาติชาดก และสรงน้ำปิดทองพระเก้าใหญ่อินแปลง ซึ่งถือเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีมาจนทุกวันนี้
วัดหนองบัว
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางด้านทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนธรรมวิถี สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2498 ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ คือ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ที่สร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ ครบรอบ 25 ศตวรรษของพุทธศาสนา ในปี พ.ศ. 2500
พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นี้ ได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รอบองค์พระธาตุเป็นกำแพงแก้ว ซึ่งทั้ง 4 มุมของแพงแก้ว ได้ประติษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็กอีก 4 องค์ ภายในองค์พระธาตุมีประตูทางเข้าทั้ง 4 ด้าน พระธาตุองค์เดิมมีขนาดความกว้าง 5 เมตร สูงประมาณ 17 เมตร เมื่อสร้างใหม่ครอบองค์เดิม คือ พระบรมธาตุที่เห็นในปัจจุบัน มีขนาดใหญ่มากฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 17 เมตร สูง 56 เมตร เสร็จสมบูรณ์ในปี 2512
วัดแจ้ง
 ตั้งอยู่บนถนนสรรพสิทธิ์ อำเภอเมือง ตามประวัติกล่าวว่า สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2431 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยการดำริของเจ้าราชบุตร (หนูคำ) หนึ่งในคณะอาญาสี่ ผู้ปกครองเมืองอุบลราชธานีในสมัยนั้น โบราญสถานที่สำคัญคือ พระอุโบสถ ที่สร้างเสร็จในราวปี พ.ศ 2455 หรือหลังจากการตั้งวัด 24 ปี โดยญาท่านเพ็ง ได้รับการยกย่องว่ารูปทรงสวยงาม และมีงานจำหลักไม้ที่มีฝีมือแบบพื้นบ้านโดยแท้ ซึ่งนับวันจะหาดูเป็นตัวอย่างศึกษาได้ยาก เป็นอุโบสถขนาดไม่ใหญ่นัก กว้างประมาณ 6 เมตร ยาว 15 เมตร สูง 10 เมตร ฐานเตี้ย หลังคาชั้นเดียว เติมมุงด้วยกระเบื้องไม้ ต่อมาเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา มีบันไดอยู่ด้านหน้า ราวบันไดปั้นเป็นรูปจระเข้หมอบ ส่วนหน้าบันหน้าอุดปีกนกและรังผี้ง สลักไม้เป็นลายดอกบัว กอบัวอย่างสวยงาม โดยเฉพาะหางหงส์ ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ ทำเป็นรูปหัวนาค ตรงหงอนสะบัดปลายเป็นกนกเปลว  อุโบสถวัดแจ้ง ได้รับการบูรณะเรื่อยมา โดยพยายามให้คงสภาพเหมือนเดิมที่สุด ซึ่งนับเป็นโบราณสถาณที่มีคุณค่าแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี เคยได้รับเกียรติบัตรในงานนิทรรศการ "สถาปนิก 30" จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
วัดหนองป่าพง
วัดหนองป่าพง ตั้งอยู่ที่ตำบลโนนโหนน อำเภอวารินชำราบ ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ไปทางอำเภอกันทรลักษ์ ตามถนนทางหลวงหมายเลข 2178 ประมาณ 8 กิโลเมตร บริเวณวัดมีเนื้อที่ทั้งหมด 186 ไร่เศษ ในอดีตนั้นเคยเป็นวัดร้างและเป็นป่าช้ามาก่อน สภาพทั่วไปเป็นหนองน้ำ มีต้นพงขึ้นอยู่ทั่วไป
 ในวันขึ้น 4 ค่ำเดือน 4 พุทธศักราช 2497 หลวงปู่ชา (พระโพธิญาณเถระ) ได้ทำการบุกเบิกปรับปรุงพื้นที่ ให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรม และได้จัดตั้งเป็นสำนักสงฆ์ขึ้นในปีนั้น และเปลี่ยนสภาพเป็นวัดในโอกาสต่อมา ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งวิปัสสนากัมมัฎฐาน
 นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ คือ พิพิธภัณฑ์พระโพธิญาณ ซึ่งเป็นอาคารที่จัดแสดงเครื่องอัฐบริขาร และหุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ชา และเจดีย์ศรีโพธิญาณเ ซึ่งเป็นสถานที่พระราชทานเพลิงศพหลวงปู่ชา
วัดป่านานาชาติ
 วัดป่านานาชาติ ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งหวาย ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ในเส้นทางไปศรีสะเกษ ประมาณ 14 กิโลเมกตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 วัดป่านานาชาติ เป็นอีกสาขาหนึ่งของวัดหนองป่าพง ในวัดจะมีพระภิกษุจากหลายประเทศเข้ามาจำพรรษาอยู่ เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย และปฏิบติทางวิปัสสนากัมมัฎฐาน
 พระภิกษุในวัดเกือบทุกรูป จะสามารถพูดภาษาไทย สวดภาษาบาลี ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป
วัดสระประสานสุข (วัดบ้านนาเมือง)
 ตั้งอยู่ที่บ้านนาเมือง ตำบลปทุม อำเภอเมือง ไปตามถนนเลี่ยงเมือง ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณสี่แยกที่จะไปยังอำเภอตระการพืชผล มีทางแยกเข้าหมูบ้านวัดบ้านนาเมือง ประมาณ 1 กม.
 สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ พระอุโบสถศิลปะไทยที่ตั้งอยู่บนเรือสุพรรณหงษ์จำลอง ซึ่งประดับตบแต่งด้วยกระเบื้องเซรามิก นับเป็นพระอุโบสถที่งดงาม และมีเอกลักษณ์
วัดปากน้ำ บุ่งสระพัง ( หลวงพ่อเงิน 700 ปี )
ตั้งอยู่ที่ ถนนสมเด็จ ไปตามเส้นทางตาลสุม ประมาณ 10 กม. เป็นวัดที่ ส่งเสริมด้านท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม และ การร่วมมือ ของชุมชน โดย มี หลวงพ่องเงิน พระพุทธรูปเชียงแสน ล้านช้าง อายุ 700 ปี ได้ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2515 ภายลำแสงดประหลาด พุ่งขึ้นใส่ เครื่องบินทหารอเมริกัน ใน คราวสมัย สงครามเวียตนาม
และ ยังมี หาดบุ่งสระพัง ร้านอาหาร แพริมน้ำ ทอดยาวเป็นกิโลเมตร หาดบุ่งสระพัง เป็น สวรรค์ ของ คนชาญเมือง ของ อุบลราชธานี
วัดภูเขาแก้ว
 ตั้งอยู่อำเภอพิบูลมังสาหาร ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี ประมาณ 44 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอพิบูลมังสาหาร ประมาณ 1 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 217 วัดภูเขาแก้ว สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2480 สำหรับให้พระสงฆ์ปฏิบัติกัมมัฏฐาน สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดคือ พระอุโบสถ ที่ประดับด้วยกระเบื้องทั้งหลัง มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ ความงามของอุโบสถ ได้ถูกถ่ายทอดจากฝีมือของช่างพื้นบ้าน โดยการออกแบบของเจ้าอาวาส (พระอาจารย์โชติ) โดยได้นำรูปแบบศิลปะไทย ซึ่งถ่ายทอดอยู่ในส่วนบนของพระอุโบสถ ที่ทำหลังคาเป็นโครงสร้างไม่มีมุข ลดหลั่นกันสี่ชั้นทั้งด้านหน้า และด้านหลังมุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ โดยมีคันทวยรองรับชายคา เป็นรูปนาคอยู่โดยรอบ ส่วนบริเวณกลางหลังคา ตกแต่งเป็นยอดปราสาททอง หน้าบันจำหลักลายปูนปั้นลายก้านขด ที่ยังคงความอ่อนช้อย และเข้ากันได้ดีกับบัวเสาที่ทำตามศิลปะอินเดีย ในขณะที่ส่วนล่างของบัวหัวเสาลงมาตกแต่งแบบศิลปะขอม
จากที่กล่าวมาในเบื้องต้นทำให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรม หรือลวดลายที่ใช้ตกแต่ง ส่วนใหญ่จะถูกถ่ายทอดมาจากลวดลายของปราสาทขอมทั้งสิ้น ทั้งนางอัปสรหรือทวารบาล ที่ยืนเคียงคู่อยู่ที่ประตูพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถวัดภูเขาแก้ว จะตกแต่งด้วยภาพนูนสูง อยู่เหนือบานประตูและหน้าต่างขึ้นไป เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระธาตุที่สำคัญของประเทศไทย พร้อมทั้งเล่าเรื่องประวัติของพระธาตุแต่ละองค์โดยสังเขป นอกจากนี้ บริเวณชั้นล่างของพระอุโบสถยังใช้เป็นศาลาการเปรียญ และนั่งปฏิบัติกัมมัฏฐาน โดยรอบผนังอาคารชั้นล่างยังทำเป็นโต๊ะตั้งเครื่องปั้นดินเผาอีกด้วย
สำนักสงฆ์ภูหล่น
สำนักสงฆ์ภูหล่น อยู่ที่ตำบลสงยาง อำเภอศรีเมืองใหม่ ห่างจากตัวอำเภอ 20 กม. และห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 78 กม. ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวกันว่า พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตะเถระ เคยมาใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นที่วิปัสสนาธรรม ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ศักดิสิทธิ์แห่งหนึ่ง ที่ชาวบ้านจะเดินทางไปทำบุญนมัสการอยู่เสมอๆ และบริเวณโดยรอบก็ร่มรื่นธรรมชาติสวยงามมาก
ธรรมมาสน์สิงห์ศิลปะญวนที่บ้านชีทวน
ตั้งอยู่ที่ศาลาการเปรียญ วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ บ้านชีทวน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องในอยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 26 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 23 (อุบลฯ - ยโสธร) ประมาณ 21 กิโลเมตร จะถึงบ้านท่าวารี มีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าหมู่บ้านอีก 5 กิโลเมตร
 เป็นธรรมาสน์แห่งเดียวในประเทศไทย มีรูปแบบแตกต่างจากธรรมาสน์โดยทั่วไป กล่าวคือ มีลักษณะเป็นรูปสิงห์ ยืนเทินปราสาท (ตัวธรรมาสน์) สร้างด้วยอิฐถือปูน ยอดปราสาทเป็นเครื่องไม้ ทำเป็นชั้นซ้อนลดหลั่น ประดับตกแต่งลายปูนปั้น และลายเขียนสีแบบศิลปะญวนทั้งหลัง ตัวธรรมาสน์ ตั้งอยู่ในศาลาการเปรียญทรงไทย ที่มีจิตรกรรมฝ้าเพดานศิลปะสกุลช่างเดียวกัน
 ธรรมาสน์แห่งนี้ สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในปี 2468 โดยช่างชาวญวน และถือเป็นประติมากรรม ที่มีคุณค่ายิ่งทางด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
ปราสาทบ้านเบ็ญ
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม ตำบลหนองอ้ม อำเภอทุ่งศรีอุดม ห่างจากจังหวัดเป็นระยะทางประมาณ 63 กิโลเมตร ปราสาทบ้านเบ็ญ เป็นศาสนสถานขอมขนาดย่อม ประกอบด้วยปรางค์อีก 3 หลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่สร้างแยกกัน ปรางค์ทั้ง 3 องค์หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว ปรางค์องค์กลาง หรือปรางค์ประธาน ที่ทางขึ้นเชื่อมต่อฉนวนทางเดิน ปูด้วยศิลาแลงไม่ต่อกับโคปุระ (หรือซุ้มประตูทางเข้า) ซึ่งมีเพียงด้านเดียวเช่นกัน ปรางค์ทั้ง 3 องค์นี้ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว ก่อด้วยศิลาแลง มีสระน้ำเกือบรอบกำแพงแก้ว คงเว้นแต่เพียงด้านหน้าเท่านั้น มีอาคารจตุรมุขตั้งอยู่ในแนวเดียวกับปรางค์ประธาน ปัจจุบันเหลือเพียงฐาน จึงอาจจะสันนิษฐานได้ว่า อาคารเดิมคงจะเป็นซุ้มประตูกำแพงแก้ว และอาจจะสร้างด้วยไม้ จึงผุพังไปตามกาลเวลา  กรมศิลปากร ได้ทำการขุดแต่งในปี พ.ศ. 2533 ได้พบทับหลังรูปเทพนพเคราะห์ หรือเทวดา ประจำทิศทั้ง 9 องค์ และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ จากลักษณะแผนผังทางสถาปัตยกรรม และภาพสลักบนทับหลังที่พบ อาจกำหนดอายุปราสาทหลังนี้ได้ ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 16
ภาพเขียนสีศิลปะถ้ำที่ผาแต้ม
 ตั้งอยู่ที่ผาแต้ม ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม มีถนนเข้าถึงบริ เวณหน้าผา ลักษณะเป็นกลุ่มภาพเขียนศิลปะถ้ำยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่เรียงรายไปตามแนวหน้าผาด้านแม่น้ำโขง รวม 4 กลุ่ม คือ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน แต่กลุ่มที่มีภาพจำนวนมาก และเข้าถึงสะดวกคือ กลุ่มผาแต้ม ซึ่งมีภาพเขียนสีกว่า 300 ภาพ

สงกรานต์ไทย ปีใหม่อีสาน ไหว้พระ 9 วัด อุบลราชธานี

AddThis Social Bookmark Button

สงกรานต์ไทย ปีใหม่อีสาน ไหว้พระ 9 วัด พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เมืองอุบลราชธานี 

สงกรานต์ไทย ปีใหม่อีสาน ไหว้พระ 9 วัด พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เมืองอุบลราชธานี สงกรานต์ไทย ปีใหม่อีสาน ไหว้พระ 9 วัด พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เมืองอุบลราชธานี

  คตินิยมการไหว้พระ 9 วัด อุบลราชธานี เพื่อขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นสิริมงคล ต่อชีวิตสงกรานต์ไทย ปีใหม่อีสาน ไหว้พระ 9 วัด พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เมืองอุบลราชธานี

ดาวน์โหลด โบรชัวร์ ไกด์ท่องเที่ยว ไหว้พระ9วัด อุบลราชธานีhot

 

แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 07 เมษายน 2011 เวลา 11:24 น.)

 

แฟนคลับ ปากน้ำ FC กด Like ปากน้ำ อุบล คลับ ฮักปากน้ำ ติดตามเรา บน Facebook เด้อ..

ข่าวสาร ข้อมูล ความเคลื่อนไหว เว็บบอร์ด ล่าสุด บน เว็บบอร์ด ปากน้ำ อุบล คลับ !!

ความเคลื่อนไหวอื่นๆ »

VDO ZONES TODAY วีดีโอ ยอดฮิต วันนี้ !!

Chat Box of Paknam Ubon Club ทักทาย เว้าสู่กันฟัง

 Smile  พูด คุย สอบถาม สาระทุกข์ สุกดิบ กัน ได้ทุกเรื่องที่ Chat Box Laughing   


Get your own Chat Box! Go Large!

สื่อมวลชน ให้ความสำคัญ กับ ชุมชน ปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี

:: รายการทีวี
  ช่อง 7 สี ช่วยชาติบูรณาการณ์ " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี  " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี   ช่อง 7 สี สะเก็ดข่าว " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี  3-Chanal  
:: หนังสือพิมพ์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ " เหนือฟ้าใต้บาดาล โดย กังฟู "  ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ คอลัมน์ ตะลุยโลกใบใหญ่ ฉบับ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 หนังสือพิมพ์ข่าวสด " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี หนังสือพิมพ์มติชน   " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี    
หนังสือพิมพ์ประชารัฐ หนังสือพิมพ์แนวหน้าอีสาน  ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี  หนังสือพิมพ์ภูธร " เที่ยงตรงฉับไว " ชุมชนบ้านปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี        
:: นิตยสาร
 หนังสืออมตะ " หนังสือธรรมะ " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี   หนังสือธงธรรม " หนังสือธรรมะ " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี  นิตยสาร ลานโพธิ์ " นิตยสารพระ " ชุมชน ปากน้ำ บุ่งสระพัง อุบลราชธานี   หนังสือนะโม " หนังสือธรรมะ " ชุมชนปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี อุบลราชธานี    
:: หน่วยงานราชการ

      องค์การบริหารส่วนตำบลกุดลาด

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Amazing-Thailand

เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทย คึกคัก

   
:: เว็บไชต์ ที่เกี่ยวข้อง กับ ชุมชน ปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี
 

 วัดปากน้ำอุบล.คอม

 ปากน้ำ94.คอม  
:: เว็บไชต์ เพื่อนบ้าน ชุมชน ปากน้ำ บุ่งสระพัง หลวงพ่อเงิน 700 ปี - แลกลิงค์ เป็นเพื่อนบ้านกับ เรา

เที่ยวอุบล ฯ เมืองดอกบัว ทัวร์ลาวใต้ ไปได้ทุกวัน กับ South Laos Tour

SFC~Sornram(ศรราม) Fanclub

บ้านออนซอน

วัดอีสานดอทคอม

IsanGate.com

ไหว้พระประจำปีเกิด

 

 


l ล่องเรือสำราญ แม่น้ำเจ้าพระยาBANGKOK SIGHTSEEING lThailand Travel Guide information l Thailand Highlight l ล้างแอร์ อุบล KANCHANABURI RIVERKWAI TOUR l  ดินเนอร์ เจ้าพระยา l CABARET SHOW THAILAND l

 เที่ยวอุบลราชธานี ไหว้พระเมืองอุบลราชธานี ท่องเที่ยว ชุมชน ปากน้ำ บุ่งสระพัง อุบลราชธานี แลกลิงค์ และ ดู ลิ้งค์ เพื่อนบ้าน กับเรา เพิ่มเติมได้ที่  " แลกลิงค์